sunshine's profile^;^ keep walking ,togeth...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 28

    love will keep us a live.

    จะเป็นยังไงนะ...ถ้าโลกนี้ไม่มีความรัก
    รักพ่อแม่ รักพี่น้อง รักแฟน รักเพื่อนและเพื่อนร่วมโลก
    มนุษย์จะยิ้มเป็นรึเปล่า...?
    พระเจ้าท่านเก่งนะ...สร้างสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกซับซ้อน
    และลึกซึ้ง...ยากที่จะหยั่งถึงได้
    แม้แต่คนที่ใกล้ชิด..สนิทกันมาก
    หรือแม้แต่คนที่คลานตามกันมาติดๆ
    เราก็ยังไม่อาจเข้าใจพวกเขาได้ดีเลย
    แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ...ไม่ว่าใครจะรู้สึกอย่างไร
    เพียงเราเข้าใจ..และรู้ถึงความรู้สึกตัวเอง
    รู้ว่า..รักและปรารถนาดีต่อเขา
    ห่วงใยและคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ
    น่าจะเพียงพอแล้ว...ตัวเราเองก็ไม่เหนื่อย
    ให้...ความรักหล่อเลี้ยงหัวใจของเราไปเรื่อยๆ
    หัวใจก็จะค่อยๆเติบโตและแข็งแรง
    ++++++++++++++ปลายฝัน+++++++++++
    February 21

    แสงหนึ่ง..คือรุ้งงาม

    พระดั่งรุ้งงามแสง แห่งสยาม

    สว่างวาม กลางใจ ไทยทั้งผอง

    พระพี่นางฯ กัลยาฯ คาลัยครอง

    สวรรค์ซ้อง สรรเสริญ เชิญสู่ครัน

                          ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

     

    February 20

    congratulation

    เย้...ในที่สุดสิ่งที่อุตส่าห์อดทนและตั้งใจ ก็สำเร็จและผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
    หลังจากที่เฝ้ารอวันนี้มานาน...แม้จะช้ากว่าคนอื่น แต่ก็มีความสุขมากๆ(ไม่น้อยกว่าใครจ้า)
    ก้อ...เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
    เราได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จากสมเด็จพระเทพรัตนฯ...
    ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจและปลาบปลื้มใจอย่างมาก
    ได้ใกล้ชิดพระองค์ท่าน (บอกได้คำเดียว ว่าท่านเท่ห์มากๆ)...เป็นศิริมงคลแก่ชีวิตเรา
    พร้อมกับประสบความสำเร็จเรื่องการเรียนอย่างที่ตั้งใจไว้ด้วย
    เป็นอะไรที่รู้สึกดีใจจนไม่รู้ว่าจะบรรยายยังไงได้หมด
    และยิ่งได้เห็นหน้าพ่อกับแม่ที่ดีใจ มีความสุขมากกว่าเราไม่รู้กี่เท่า
    ....ยิ่งยิ้มไม่หุบเลย...
    หลังจากหมดเรื่องเรียนแล้ว..ก็มาถึงเรื่องงานที่ต้องทำให้เต็มที่กว่าเดิม
    เพราะไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว...
    ขอให้ทุกคนที่มีความตั้งใจจริงกับทุกสิ่ง เรื่องเรียน งาน ความรัก
    ....จงประสบความสำเร็จอย่างที่หวังนะจ้ะ สู้สู้ ^Q^
     
    January 26

    บันทึกความทรงจำ

    ช่วงต้นปีที่ผ่านมา..เหนื่อยมากเลย
    งานเยอะมากๆ..แต่ก็ยังมีโอกาสได้ไปเล่น hi5
    ซึ่งเป็นอะไรที่รู้สึกดีมากเพราะได้เจอเพื่อนเก่ามากมาย
    เพื่อน..สมัยเรียน ม.ต้น และบางคนก็เรียนด้วยกันจนถึง ม.ปลายด้วย
    และนี่..ก็ไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่เรียนจบมา(กี่ปีนี้ไม่อยากนับเล้ย)
    ดีใจ ดีใจมากๆ เพื่อนๆยังเหมือนเดิม ต่างไปก็แค่ตัวเลขมันเยอะขึ้น(มากไปนิด)
    ส่วนใหญ่ก็ทำงานกันแล้ว...บางคนก็เรียนต่อโท
    ดูทุกคน happy ดีนะ อ้อ..บางคนก็แต่งงานแล้ว น่าอิจฉาจัง(อิอิ)
    คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคน ได้แต่หวังว่าคงมีโอกาสที่จะได้พบปะสังสรรค์กัน
    แต่ที่สำคัญ...ตอนนี้ก็ยังมีเพื่อนที่เกาะกลุ่มกันแน่น
    แน่นจนหายใจจะไม่ออกอยู่แล้วววว
    ฝน แคร์ ไล เล็ก จูน ที่ยังส่งสัญญาณความคิดถึงให้กันตลอด
    ก้อ..รู้จักกันมาตั้ง 10 กว่าปีแล้ว ถึงไปเรียนต่อหรือทำงานที่ไหน
    ก็ยังพยายามหาเวลามาเจอกัน..บ่อยๆ น่ารักกันจิงจิง ^,^
    +++++++แม้...เวลา ไม่อาจย้อนกลับ
    ++++++++++แม้...ไม่อาจนับ ความคิดถึง
    ++++++++++++++สิ่งเดียว ที่อยู่ใน ห้วงคำนึง
    +++++++++++++++++คือเธอ เป็นที่ 1 ในใจ......
    >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>ปลายฝัน<<<<<<<<<<<<<<<
     
    October 26

    ผลตอบแทนจากความจริงใจ

    เมื่อวาน...ฉันได้คุยกับหัวหน้างานเก่าทางโทรศัพท์
    เราต่างก็ถามไถ่ถึงชีวิตของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไรบ้าง
    เราไม่ได้ติดต่อกันมาก็หลายเดือนแล้วนะ...
    เพราะตัวฉันเองมีเรื่องยุ่งๆ ต้องสะสาง โดยเฉพะงานที่ร้าน
    มันก็เป็นข้ออ้างหนึ่งข้อที่ฉันไม่อยากโทรไป...เพราะรู้ว่าต้องคุยกันยาว
    และก็เป็นเช่นนั้นทุกครั้ง...เขาบอกว่า มีคนแวะมาหาบ่อยนะ
    มาถามหา my baby และ small girl บ่อยมากขยิบตา
    อ้อ..ฉันตัวเล็กน่ะ ลูกค้าก็เลยชอบเรียกแบบนั้น
    เขาถามว่าไม่อยากกลับไปทำงานบ้างเหรอ
    ฉันเองก็บอกว่า...ฉันก็คิดถึงที่นั่นเหมือนกัน
    ฉันสนุกมากที่ได้ทำงานที่นั่น มีช่วงเวลาดีๆ มากมาย
    อ้อ...ฉันลืมบอกไปว่า..ฉันเคยเป็นพนักงานขาย
    ฉันชอบงานนี้นะ..เพราะทำให้ฉันได้พบปะผู้คนมากมาย
    โดยเฉพาะ...ได้อยู่ในโซนท่องเที่ยว หรือที่ที่มีชาวต่างชาติเยอะๆ
    เพราะขายดีและค่าคอมเยอะมากๆ และทิปดีด้วย(นี่ล่ะสำคัญ)
    แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น..คือประสบการณ์ที่มีคุณค่า
    ตอนที่ยังทำงานเป็นพนักงานขาย ฉันก็ยังเรียนอยู่ที่ ม. ราม
    ฉันเรียนไปทำงานไปตั้งแต่ปี 1
    และทำงานที่บริษัทนี้มาตั้งแต่ปี 1 เทอม 2 (ถ้าจำไม่ผิด)
    น่าจะประมาณ 5 ปีเศษ นะจนตัดสินใจหักเหชีวิตตัวเองครั้งใหญ่
    ฉันรักบริษัทนี้และทุ่มเทเวลาให้การทำงานตลอด
    แม้จะต้องแลกกับการทิ้งการสอบหลายๆ ครั้ง และหลายๆ วิชาต่อครั้ง
    เพราะไม่สามารถลางานไปสอบได้...จนกระทั่งฉันกลายเป็นนักศึกษาปีที่ 7
    แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ฉันคิดน้อยใจอะไร..เพราะถ้าไม่ทำงานฉันก็ไม่มีเงินเรียน
    (แต่ตอนนี้ก็จบแล้วล่ะ เย้...หลังจากลาออกได้เดือนนึง นี้ก็ปีนึงแล้วมั้ง)
    ขอเล่าข้ามไปเลยนะ...เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว
    ฉันถูกย้ายไปประจำที่สาขาที่พัทยา...ที่ที่ฉันคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก
    ฉันได้ประสบการณ์การเรียนรู้ชีวิตมากมาย ในเมืองที่เต็มไปด้วยคนแปลกหน้า
    ซึ่งมาจาก..ที่ซึ่งฉันคงไม่มีโอกาสได้ข้ามท้องฟ้าไปแน่นอน...
    ฉันเรียนรู้วิธีการพูดจา ความคิดที่แตกต่าง การดำเนินชีวิตที่แปลกออกไป
    จากลูกค้าที่เข้ามาซื้อของ...ฉันชอบที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ความเชื่อ
    และหลายๆ เรื่องที่เราสามารถคุยกันได้ เรื่องทั่วๆ ไป
    ฉันชอบที่พวกเขาปลาบปลื้มใจ เวลาที่ฉันเข้าไปช่วยเลือกและสินค้านั้นถูกใจ
    ฉันชอบเวลาที่พวกเขากลับมา หลังจากซื้อของไปแล้ว..แต่ยังมาแวะทักทาย
    และยังแวะมาเกือบทุกวัน เกือบทุกๆ คนก่อนที่พวกเขาจะกลับบ้าน
    และที่สำคัญ...พวกเขายังแวะมาทุกปีที่มาเที่ยวเมืองไทย
    ฉันเองก็บอกไม่ถูก...มันเป็นความรู้สึกปลื้มใจ ที่แม้จะไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้ว
    แต่ลูกค้า...ที่รู้จักกันเพียงฉาบฉวย ยังคงแวะเวียนมาเพื่อที่จะได้ทักทายกันอย่าง..เพื่อน
    ฉันดีใจ...ที่มีคนจำฉันได้ และสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ฉันใส่ไปพร้อมกับการทำงาน
    ทุกๆ วันที่ฉันทำงาน ฉันคิดเสมอว่าต้องทำให้ดีและมีคุณภาพที่สุด
    ทำให้ลูกค้ามีความสุขกับสิ่งที่พวกเขาต้องการและสิ่งที่ได้รับไป
    ฉันมีความสุข ที่ได้นึกถึงวันเวลาเหล่านั้น...แต่ฉันคงไม่กลับไปทำงานที่นั่นแล้ว
    เพราะฉันมีสิ่งอื่นที่สำคัญมากรออยู่...นั้นคือ...ครอบครัว..งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
    October 04

    be with you^ : ^

    ฉันมีเพื่อนคนนึง...ที่รักและไว้ใจมาก
    และห่วงมากเช่นกัน
    ฉันคิดถึงทุกๆ เรื่องของเธอ
    เพราะเธอคือคนที่สำคัญต่อฉันมาก....
    ทุกครั้งที่เธอเล่าถึงช่วงเวลาที่มีความสุข...
    ฉันเองก็รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นด้วยเสมอ
    และยินดีกับเธอด้วยทุกครั้งที่เธอได้พบสิ่งดีๆ
    ....และในช่วงเวลาที่เธอหม่นหมอง ทุกข์ใจจากเรื่องใดๆ ก็ตาม
    ฉันรู้สึกว่า...ตัวเองก็ไม่ต่างอะไรจากเธอเลย
    กังวลตลอดเวลา และภาวนาให้เธอผ่านช่วงเวลาร้ายๆ ได้ด้วยดี
    ฉันรู้...เธอสามารถรับรู้ความรู้สึกของฉันได้เช่นกัน
    เธอมั่นใจ...เราไม่ใช่แค่เพื่อนเท่านั้น
    แต่...เราเป็นเสมือนพี่-น้อง ที่แทบแยกจากกันไม่ออก
    ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร ทุกข์หรือสุข
    เราจะแบ่งปันกันเสมอ...เพื่อนรักของฉันลับสุดยอด
    ............be with u < naamfon >"""""
     
     
    September 29

    คุณมีความฝันหรือเปล่า?

    คนเรามีความต้องการมากมาย..อยากได้ อยากเป็น และอยากทำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง
    ไม่มีอะไรที่ทำให้ความต้องการของคนสิ้นสุดได้
    ฉันเอง...ก็ไม่ต่างอะไรกับคนเหล่านั้น
    ถึงแม้ฉันจะมีสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนอยากจะได้เป็น
    อะไร..จะดีไปกว่าการมีคนที่รักและทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้
    คนที่พร้อมจะเป็นทาสชีวิตเราไปจนชั่วชีวิต
    คนที่เสียสละทุกหยาดเหงื่อและแรงกายเพื่อเรานอกเหนือจากผู้ให้กำเนิด
    เหมือนนิยายน้ำเน่ามั้ย?...ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
    ฉัน...ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีเท่าไรนักหรอก
    ไม่ได้บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา...หากแต่ตรงกันข้าม
    ในใจของฉันมีแต่ไฟแห่งความทะเยอทะยาน
    มีความใฝ่ฝันมากมายที่อยากจะได้และอยากจะเป็น
    อยากมีชีวิตเลิศหรูฟู่ฟ่า มีหน้าที่การงานที่มั่นคง เจริญก้าวหน้า
    ...มีโอกาศหลายครั้งที่ฉันจะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง
    แต่...ฉันก็ปล่อยให้มันหลุดมือไป
    กลับมาใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมๆ
    ชีวิตเรียบง่าย..ไม่เร่งรีบ
    ทุกเช้าตื่นมาเจอหน้าผู้ชายคนเดิม สิ่งแวดล้อมเดิมๆ ไม่วุ่นวาย
    ไม่ต้องใส่หน้ากาก ไม่ต้องฝืนยิ้มให้คนที่เกลียดขี้หน้า
    ดูแลความเรียบร้อยในบ้านและร้านที่เป็นอาชีพหากิน
    ดูแลเรื่องสุขภาพของตัวเองและคนใกล้ชิด
    มีวันว่างไปพักผ่อนบ้างแล้วแต่โอกาศอำนวย
    ถามฉัน..แล้วมีความสุขหรือเปล่า?
    แน่นอน...ฉันมีความสุข แม้จะไม่ใช่ความสุขอย่างที่เคยฝันไว้
    แต่มันก็เกินความคาดหมาย...ที่ใครบางคนเคยคิดไว้
    จริงอยู่..ที่ไม่ใช่ชีวิตอย่างที่ฉันต้องการ
    แต่ใครจะรู้ในอีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้าชีวิตของฉันจะเป็นยังไง
    หากฉันเดินไปบนเส้นทางแห่งความฝัน จะมีความสุขมากกว่านี้หรือเปล่า
    ฉันเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน...แต่วันนี้..ความสุขที่มีอยู่..เพียงพอแล้วสำหรับฉัน
    ฉันรู้ ว่าต้องการอะไร...แต่ก็ปล่อยให้เป็นเพียงความคิดชั่ววูบ
    ไม่ดิ้นรน ไขว่คว้า...
    ไม่สำคัญหรอกว่าความฝันจะเป็นจริงมั้ย
    หากความจริงที่มีอยู่...มันดีอยู่แล้ว...เด็กชายเกาะที่มีต้นปาล์มเด็กหญิง
     
     
     
     
     
     
    April 12

    thai festival

    happy songkran day!
    สวัสดีจ้า...ปีใหม่ไทย
    ถึงวันนี้แล้ว หากไม่กล่าวทักทายด้วยประโยคนี้ ก็คงจะ out ไปนะ
    ขนาดชาวต่างชาติยังเอ๋ยทักทายกันด้วยประโยคนี้เลย
    สำหรับตัวเราเองก็รู้สึกว่ามีชีวิตชีวาขึ้นด้วย
    เมื่อนึกถึงเดือนที่ร้อนที่สุด...เมษายน
    แต่ก็ไม่ได้ร้อนอกร้อนใจอะไรไปกับอากาศที่อบอ้าวเลยสักนิด
    เหตุเพราะว่าปีนี้อากาศแปรปรวนมากกว่าทุกปี
    ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา...พายุลูกใหญ่ได้พัดพาน้ำฝนมาให้ชื่นใจ
    พร้อมกับความน่าสะพรึงกลัวของสายฟ้าเช่นกัน
    แต่ก็เอาเถอะนะ...อย่างน้อยอากาศก็สดชื่นขึ้น
    ถึงแม้จะขมุกขมัวด้วยเมฆฝนบ้าง ให้น่าอึดอัดใจเล่นๆ
    ถามว่า...แล้วปีนี้จะไปเล่นน้ำที่ไหนกัน
    คำตอบ..คือความว่างเปล่าจ้ะ
    เพราะปีนี้...ไม่มีแผนการเดินทางให้กับชีวิต
    แต่ยังไง...ก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนสนุกกับการเล่นสาดน้ำสงกรานต์ละกัน
    ยังไงก็อย่าสนุกมากเกินไป จนลืมดูแลสุขภาพตัวเองนะจ้ะ
    .......take care"""""""""""""""""""""""""""""""""
    April 11

    non-space

    หากจะมีคำใดกล่าวอ้างความรู้สึก...คงไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้ดังใจปรารถนา
    หากจะมีสิ่งใดชัดแจ้งแจ่มในใจ...คงไม่อาจเลือนลบไปด้วยกาลเวลา
    เหตุใดใครบางคน...ยังอดทน...เพื่อสิ่งที่ไม่รู้ว่า....
    วินาทีใด...สิ่งที่ตนไขว้คว้าจะหลุดลอยไป
    กาลเวลาไม่เคยย้อนกลับ....นั่นคือเรื่องที่เรารับรู้
    แต่เหตุใดตนไม่ย้อนดูตัว...อดีต..แม้จะผ่านไปเพียงนาที
    หากไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่ใช่...อดีต
    วันนี้และวินาทีต่อไปนี้ต่างหากที่เราควรจะยึดติด
    และมองเห็นว่ามีคุณค่า...เปล่าเลย ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว
    แต่เพื่อความอยู่รอด บนโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอนต่างหาก
    เพื่อนเอ๋ย...หากจะมีสิ่งใดทำให้เราอ่อนแอและหวาดหวั่น
    มันย่อมไม่ใช่อดีตที่ขื่นขม หรือหอมหวานปานน้ำผึ้งดอก
    หากแต่เป็นใจตน...ที่จะยอมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
    และปล่อยให้ปัจจุบันนั้นเป็นอดีต
    เก็บเกี่ยวความหอมหวานรัญจวนใจไว้เป็นกำลังยามอ่อนแรง..
    ลิ้มรสความขื่นขมที่แบกรับเป็นทุนสมองให้ต่อสู้วันใหม่
    ขอบคุณกาลเวลาเถิด..ที่ทำให้เราสร้างคุณค่าให้ชีวิต
    เลิกกริ่งเกรงความรู้สึกของคนอื่น..แม้นจะกระทบจิตใจให้อ่อนไหว
    สูดลมหายใจให้เต็มปอด...แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ
    ไม่ต้องเหลียวมองหรอก ว่ามีใครเคียงข้าง
    เพราะเรามีเราเสมอ...เมื่อต้องเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกล
     
    """""""""""""""""""""""""""""ปลายฝัน
     
     
     
    """""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

    my dear

    when i look at me,
    i see vision of the past
    and the way things should have been.
     
    when i look at you,
    i see vision of tomorrow
    and the way things might yet be.
     
     
    March 28

    happy trip

    สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่สนิทมาก
    สนุกและ happy มาก
    จริงๆ แล้ว ช่วงปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปเที่ยวมาหลายที่
    แต่ไม่เคยคิดจะเก็บรายละเอียดความรู้สึกอะไรมากไปกว่า
    การได้ผ่อนคลายหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาหลายปี
    ไม่ได้มองโลกภายนอกเลยว่า เปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน
    ไม่เคยคิดเล่นหรือแชท ทั้งที่คอมวางอยู่ตรงหน้า
    เพราะคิดว่ามันไร้สาระและมีแต่ความหลอกหลวง
    แต่ก็มีคนเตือนสติว่า  จะคิดมากไปทำไม
    เราก็แค่หาความรู้ สาระ และความบันเทิงใส่ใจก็พอ
    เรื่องอื่นเป็นแค่ปัจจัยภายนอกที่เราจะรับหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่เรา
    ก็จริง...ของเขา
    และคนที่เราเปิดใจต้อนรับ ก็มีแต่เพื่อนเก่าและคนรู้จัก
    .............ไม่เห็นเป็นไร.............
    เพื่อนใหม่.....สักวันก็คงสนิทใจจนกลายเป็นเพื่อนเก่าได้