sunshine's profile^;^ keep walking ,togeth...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 28

    love will keep us a live.

    จะเป็นยังไงนะ...ถ้าโลกนี้ไม่มีความรัก
    รักพ่อแม่ รักพี่น้อง รักแฟน รักเพื่อนและเพื่อนร่วมโลก
    มนุษย์จะยิ้มเป็นรึเปล่า...?
    พระเจ้าท่านเก่งนะ...สร้างสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกซับซ้อน
    และลึกซึ้ง...ยากที่จะหยั่งถึงได้
    แม้แต่คนที่ใกล้ชิด..สนิทกันมาก
    หรือแม้แต่คนที่คลานตามกันมาติดๆ
    เราก็ยังไม่อาจเข้าใจพวกเขาได้ดีเลย
    แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ...ไม่ว่าใครจะรู้สึกอย่างไร
    เพียงเราเข้าใจ..และรู้ถึงความรู้สึกตัวเอง
    รู้ว่า..รักและปรารถนาดีต่อเขา
    ห่วงใยและคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ
    น่าจะเพียงพอแล้ว...ตัวเราเองก็ไม่เหนื่อย
    ให้...ความรักหล่อเลี้ยงหัวใจของเราไปเรื่อยๆ
    หัวใจก็จะค่อยๆเติบโตและแข็งแรง
    ++++++++++++++ปลายฝัน+++++++++++
    October 26

    ผลตอบแทนจากความจริงใจ

    เมื่อวาน...ฉันได้คุยกับหัวหน้างานเก่าทางโทรศัพท์
    เราต่างก็ถามไถ่ถึงชีวิตของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไรบ้าง
    เราไม่ได้ติดต่อกันมาก็หลายเดือนแล้วนะ...
    เพราะตัวฉันเองมีเรื่องยุ่งๆ ต้องสะสาง โดยเฉพะงานที่ร้าน
    มันก็เป็นข้ออ้างหนึ่งข้อที่ฉันไม่อยากโทรไป...เพราะรู้ว่าต้องคุยกันยาว
    และก็เป็นเช่นนั้นทุกครั้ง...เขาบอกว่า มีคนแวะมาหาบ่อยนะ
    มาถามหา my baby และ small girl บ่อยมากขยิบตา
    อ้อ..ฉันตัวเล็กน่ะ ลูกค้าก็เลยชอบเรียกแบบนั้น
    เขาถามว่าไม่อยากกลับไปทำงานบ้างเหรอ
    ฉันเองก็บอกว่า...ฉันก็คิดถึงที่นั่นเหมือนกัน
    ฉันสนุกมากที่ได้ทำงานที่นั่น มีช่วงเวลาดีๆ มากมาย
    อ้อ...ฉันลืมบอกไปว่า..ฉันเคยเป็นพนักงานขาย
    ฉันชอบงานนี้นะ..เพราะทำให้ฉันได้พบปะผู้คนมากมาย
    โดยเฉพาะ...ได้อยู่ในโซนท่องเที่ยว หรือที่ที่มีชาวต่างชาติเยอะๆ
    เพราะขายดีและค่าคอมเยอะมากๆ และทิปดีด้วย(นี่ล่ะสำคัญ)
    แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น..คือประสบการณ์ที่มีคุณค่า
    ตอนที่ยังทำงานเป็นพนักงานขาย ฉันก็ยังเรียนอยู่ที่ ม. ราม
    ฉันเรียนไปทำงานไปตั้งแต่ปี 1
    และทำงานที่บริษัทนี้มาตั้งแต่ปี 1 เทอม 2 (ถ้าจำไม่ผิด)
    น่าจะประมาณ 5 ปีเศษ นะจนตัดสินใจหักเหชีวิตตัวเองครั้งใหญ่
    ฉันรักบริษัทนี้และทุ่มเทเวลาให้การทำงานตลอด
    แม้จะต้องแลกกับการทิ้งการสอบหลายๆ ครั้ง และหลายๆ วิชาต่อครั้ง
    เพราะไม่สามารถลางานไปสอบได้...จนกระทั่งฉันกลายเป็นนักศึกษาปีที่ 7
    แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ฉันคิดน้อยใจอะไร..เพราะถ้าไม่ทำงานฉันก็ไม่มีเงินเรียน
    (แต่ตอนนี้ก็จบแล้วล่ะ เย้...หลังจากลาออกได้เดือนนึง นี้ก็ปีนึงแล้วมั้ง)
    ขอเล่าข้ามไปเลยนะ...เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว
    ฉันถูกย้ายไปประจำที่สาขาที่พัทยา...ที่ที่ฉันคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก
    ฉันได้ประสบการณ์การเรียนรู้ชีวิตมากมาย ในเมืองที่เต็มไปด้วยคนแปลกหน้า
    ซึ่งมาจาก..ที่ซึ่งฉันคงไม่มีโอกาสได้ข้ามท้องฟ้าไปแน่นอน...
    ฉันเรียนรู้วิธีการพูดจา ความคิดที่แตกต่าง การดำเนินชีวิตที่แปลกออกไป
    จากลูกค้าที่เข้ามาซื้อของ...ฉันชอบที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ความเชื่อ
    และหลายๆ เรื่องที่เราสามารถคุยกันได้ เรื่องทั่วๆ ไป
    ฉันชอบที่พวกเขาปลาบปลื้มใจ เวลาที่ฉันเข้าไปช่วยเลือกและสินค้านั้นถูกใจ
    ฉันชอบเวลาที่พวกเขากลับมา หลังจากซื้อของไปแล้ว..แต่ยังมาแวะทักทาย
    และยังแวะมาเกือบทุกวัน เกือบทุกๆ คนก่อนที่พวกเขาจะกลับบ้าน
    และที่สำคัญ...พวกเขายังแวะมาทุกปีที่มาเที่ยวเมืองไทย
    ฉันเองก็บอกไม่ถูก...มันเป็นความรู้สึกปลื้มใจ ที่แม้จะไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้ว
    แต่ลูกค้า...ที่รู้จักกันเพียงฉาบฉวย ยังคงแวะเวียนมาเพื่อที่จะได้ทักทายกันอย่าง..เพื่อน
    ฉันดีใจ...ที่มีคนจำฉันได้ และสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ฉันใส่ไปพร้อมกับการทำงาน
    ทุกๆ วันที่ฉันทำงาน ฉันคิดเสมอว่าต้องทำให้ดีและมีคุณภาพที่สุด
    ทำให้ลูกค้ามีความสุขกับสิ่งที่พวกเขาต้องการและสิ่งที่ได้รับไป
    ฉันมีความสุข ที่ได้นึกถึงวันเวลาเหล่านั้น...แต่ฉันคงไม่กลับไปทำงานที่นั่นแล้ว
    เพราะฉันมีสิ่งอื่นที่สำคัญมากรออยู่...นั้นคือ...ครอบครัว..งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
    September 29

    คุณมีความฝันหรือเปล่า?

    คนเรามีความต้องการมากมาย..อยากได้ อยากเป็น และอยากทำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง
    ไม่มีอะไรที่ทำให้ความต้องการของคนสิ้นสุดได้
    ฉันเอง...ก็ไม่ต่างอะไรกับคนเหล่านั้น
    ถึงแม้ฉันจะมีสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนอยากจะได้เป็น
    อะไร..จะดีไปกว่าการมีคนที่รักและทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้
    คนที่พร้อมจะเป็นทาสชีวิตเราไปจนชั่วชีวิต
    คนที่เสียสละทุกหยาดเหงื่อและแรงกายเพื่อเรานอกเหนือจากผู้ให้กำเนิด
    เหมือนนิยายน้ำเน่ามั้ย?...ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
    ฉัน...ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีเท่าไรนักหรอก
    ไม่ได้บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา...หากแต่ตรงกันข้าม
    ในใจของฉันมีแต่ไฟแห่งความทะเยอทะยาน
    มีความใฝ่ฝันมากมายที่อยากจะได้และอยากจะเป็น
    อยากมีชีวิตเลิศหรูฟู่ฟ่า มีหน้าที่การงานที่มั่นคง เจริญก้าวหน้า
    ...มีโอกาศหลายครั้งที่ฉันจะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง
    แต่...ฉันก็ปล่อยให้มันหลุดมือไป
    กลับมาใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมๆ
    ชีวิตเรียบง่าย..ไม่เร่งรีบ
    ทุกเช้าตื่นมาเจอหน้าผู้ชายคนเดิม สิ่งแวดล้อมเดิมๆ ไม่วุ่นวาย
    ไม่ต้องใส่หน้ากาก ไม่ต้องฝืนยิ้มให้คนที่เกลียดขี้หน้า
    ดูแลความเรียบร้อยในบ้านและร้านที่เป็นอาชีพหากิน
    ดูแลเรื่องสุขภาพของตัวเองและคนใกล้ชิด
    มีวันว่างไปพักผ่อนบ้างแล้วแต่โอกาศอำนวย
    ถามฉัน..แล้วมีความสุขหรือเปล่า?
    แน่นอน...ฉันมีความสุข แม้จะไม่ใช่ความสุขอย่างที่เคยฝันไว้
    แต่มันก็เกินความคาดหมาย...ที่ใครบางคนเคยคิดไว้
    จริงอยู่..ที่ไม่ใช่ชีวิตอย่างที่ฉันต้องการ
    แต่ใครจะรู้ในอีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้าชีวิตของฉันจะเป็นยังไง
    หากฉันเดินไปบนเส้นทางแห่งความฝัน จะมีความสุขมากกว่านี้หรือเปล่า
    ฉันเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน...แต่วันนี้..ความสุขที่มีอยู่..เพียงพอแล้วสำหรับฉัน
    ฉันรู้ ว่าต้องการอะไร...แต่ก็ปล่อยให้เป็นเพียงความคิดชั่ววูบ
    ไม่ดิ้นรน ไขว่คว้า...
    ไม่สำคัญหรอกว่าความฝันจะเป็นจริงมั้ย
    หากความจริงที่มีอยู่...มันดีอยู่แล้ว...เด็กชายเกาะที่มีต้นปาล์มเด็กหญิง